กระต่ายคู่…ตะเกียงทนของคนไทย

Posted on 18-03-2010

Tagged Under : , ,

ตะเกียงเจ้าพายุกระต่ายคู่ 500 cp 

ผมขออนุญาติเขียนถึงตะเกียงยี่ห้อนี้ ด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นนักสะสมชาวไทยแท้ๆ ภูมิใจที่ได้มีโอกาสรักษาของไทยไม่ให้ผุพังไปตามกาลเวลา และภูมิใจที่บ้านเราก็มีตะเกียงเจ้าพายุในรูปแบบของเราเองเหมือนกัน ไม่ธรรมดา!!! 

ตะเกียงเจ้าพายุตรากระต่ายคู่ เป็นตะเกียงที่ถูกใช้ตามบ้านเรือนของชาวไทยมานานพอสมควร น่าจะนับตั้งแต่ประมาณช่วงปลายๆทศวรรษที่ 40 เป็นต้นมา ซึ่งประวัติความเป็นมาที่แท้จริงยังคงเป็นเรื่องที่ช่วยกันเก็บรวบรวมกันอยู่ โดยกลุ่มนักสะสมชาวไทยหลายท่าน นอกจากนี้โมเดลที่ถูกผลิตออกมา ก็ยังมีมากมายหลายรุ่นทั้งแบบรุ่นมาตรฐานตะเกียงกระเช้าใหญ่ และรุ่น custom ที่เติมอุปกรณ์เสริมชนิดต่างๆโดยนำมาจากชิ้นส่วนของตะเกียงยี่ห้ออื่นๆ เป็นต้นว่าชุดพ่นไฟจาก Primus สวีเดน หรือแม้แต่เกจ์วัดความดันลมที่สนับสนุนโดย Aida จากเยอรมันนี (หาข้อมูลในรายละเอียดเรื่องนี้ได้จาก เว็บไซต์สยามตะเกียง) นับเป็นเรื่องยากเย็นเอาการ กับการหามาเก็บไว้ในคอลเล็คชั่นให้ครบทุกๆโมเดล 

ตะเกียงเจ้าพายุกระต่ายคู่ 500 cp ตะเกียงเจ้าพายุกระต่ายคู่ 500 cp
ตะเกียงเจ้าพายุกระต่ายคู่ 500 cp ตะเกียงเจ้าพายุกระต่ายคู่ 500 cp

สิ่งที่เป็นลักษณะพื้นฐานของตะเกียงกระต่ายคู่ก็คงจะเป็น โลโก้บนหม้อที่ปั้มเป็นรูปกระต่ายน่ารักๆสองตัวหันหน้าเข้าหากัน พร้อมระบุขนาดความสว่างในแต่ละรุ่น (500cp. และ 400cp.) กระเช้าตะเกียงเป็นทรงขนาดใหญ่ต่างจากตะเกียงทรงเยอรมันมาตรฐานตระกูล Aida อย่างสิ้นเชิง ซึ่งรุ่นเก่าๆจะเป็นกระเช้าทรงเตี้ยผลิตโดยถอดแบบมาจากตะเกียง Aida 214 ที่โด่งดังจากเยอรมันนี ที่ถูกนำเข้ามาขายอย่างแพร่หลายในบ้านเราโดยห้างรัตนมาลา ก่อนที่ Aida จะเปลี่ยนมาผลิตตะเกียงที่มีทรงกระทัดรัดและกลายเป็นต้นแบบของตะเกียงเจ้าพายุมาตรฐานที่เราคุ้นตาจนถึงทุกวันนี้ 

ตะเกียงเจ้าพายุกระต่ายคู่ 500 cp

  • ตะเกียงกระต่ายคู่และตะเกียง Aida 214 เหมือนกันแค่ไหนดูเอาจากภาพ…
  • ตะเกียงกระต่ายคู่มีบทบาทในการให้ความสว่างยามราตรีแก่ชาวไทยค่อนข้างมาก อันเนื่องมาจากความสว่างที่ระบุว่าเป็น 500cp. หรือตะเกียง 500 แรงเทียนนั่นเอง ซึ่งสว่างมากพอที่จะถูกนำมาใช้ตามเรือกสวนไร่นา หรือโรงสีข้าว ลานนวดข้าว ที่มักจะต้องมีการทำงานโอเวอร์ไทม์ในช่วงเวลากลางคืนเสมอ และอีกคุณลักษณะเด่นก็คือความแข็งแรงทนทานของหม้อน้ำมัน หรือการนำวัสดุปลอดสนิมอย่างทองเหลืองมาใช้ในการผลิตหัวใน (burner) และจานรองกระเช้าที่มักจะผุและถูกกลืนกินจากสนิมเหล็ก 

    ตะเกียงเจ้าพายุกระต่ายคู่ 500 cp ตะเกียงเจ้าพายุกระต่ายคู่ 500 cp
    ตะเกียงเจ้าพายุกระต่ายคู่ 500 cp ตะเกียงเจ้าพายุกระต่ายคู่ 500 cp
    ตะเกียงเจ้าพายุกระต่ายคู่ 500 cp ตะเกียงเจ้าพายุกระต่ายคู่ 500 cp

    ผมพบว่าตะเกียงยี่ห้อนี้ค่อนข้างมีบทบาทรับใช้ประชาชนอยู่แถบภาคกลางมากกว่าที่ไหนๆ นครนายก ปราจีนบุรี แถวๆสุพรรณก็มีให้เห็นอยู่ และโดยเฉพาะย่านฉะเชิงเทราที่คาดว่ามีตัวแทนจำหน่ายอยู่ที่นั่น มีการตีตราลงบนหม้อตะเกียงว่า “บางคล้าฉะเชิงเทรา ประมวญภัณฑ์(ใช้ฮวด) เปนผู้สั่ง” กำชับคำว่าเปน ห้ามวางไม่ไต่คู้ให้ยุ่งยาก เป็นการบ่งบอกถึงความเก่าแก่ของยุคสมัยที่ภาษาไทยยังไม่เข้าที่เข้าทาง 

    ตะเกียงเจ้าพายุกระต่ายคู่ 500 cp

    ตะเกียงตรากระต่ายดวงนี้เดินทางมาอยู่กับผมเมื่อซักประมาณ 5 ปีที่แล้ว จากคุณย่าของเพื่อนใจดีผู้หนึ่งในตำบลไม่ไกลนักแห่งจังหวัดนครนายก ตะเกียงดวงนี้ผ่านการกรำงานมาตลอดหลายปีในป่าสวนไร่นา ก่อนจะถูกปลดระวางห้อยแขวนไว้มุมเล็กๆนอกบ้าน เราพบกันด้วยสภาพที่ค่อนข้างทรุดโทรมแต่ชิ้นส่วนยังครบครันและไม่เคยถูกถอดซ่อมมาก่อน เกจ์วัดลมแบบตั้งเช่นเดียวกันกับ Aida 214 ทำให้ตะเกียงดวงนี้ดูต่างออกไปจากตะเกียงสัญชาติไทยยี่ห้ออื่นๆที่เป็นเกจ์แบบนอน แป้นสูบลมที่ปั้มนูนรูปกระต่ายดูจงใจที่จะทำให้เหมือนกับตรากวางนูนของ Aida หากแต่ต่างกันในรายละเอียดของชิ้นงานบ้าง

    ตะเกียงเจ้าพายุกระต่ายคู่ 500 cp

    และเมื่อถอดประกอบล้างทำความสะอาดชุดส่งน้ำมันและระบบลมต่างๆเป็นที่เรียบร้อย เรา, ผม, เพื่อน และคุณย่าก็พบว่าตะเกียงที่เคยดูสิ้นแสงอย่างอ่อนล้ามานานกว่าห้าสิบปี หลังได้รับการเยียวยาแก้ไข เราคืนลมหายใจของผู้ช่วยส่องแสงสว่างยามท้องฟ้าข้ามเข้าราตรีได้อีกครั้ง ให้ตะเกียงได้ทำหน้าที่สมภาคภูมิกับนามเรียกขานว่า “เจ้าพายุ”



      

     

    Butterfly ตรานี้ยังคงส่องสว่าง

    Posted on 22-05-2007

    Tagged Under : , , ,

    ตะเกียงครูดวงแรกของใครต่อใคร รวมทั้งผม ที่เอาไว้หัดจุด หัดเปลี่ยนไส้ ได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับตะเกียงเจ้าพายุ ได้ลองแกะชิ้นส่วนต่างๆ จนพังคามือมาก็หลายชิ้น แต่ไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะตะเกียงตราผีเสื้อนี้ ยังคงอยู่ในสายการผลิต และยังคงมีการผลิตอะไหล่ต่างๆ ออกมาอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ว่าชิ้นงานส่วนประกอบต่างๆที่ผลิตขึ้นมาใหม่ๆนี้ จะดูไม่ปราณีตเอาเสียเลย แต่มันก็ยังคงรับใช้ความต้องการในการสร้างแสงสว่าง ของเหล่าตะเกียงเจ้าพายุอีกหลายดวงได้เป็นอย่างดี

    ตะเกียงตราผีเสื้อ ถูกผลิตออกมาหลายรุ่นพอสมควร นับตั้งแต่รุ่นแรกๆ ที่ตีตราผู้ผลิตบนถังว่า Made in British Empire และต่อมากับตะเกียงเจ้าพายุทองเหลืองชุบนิเกิ้ล ที่ความสว่าง 500 แรงเทียน กระเช้าใหญ่ หนาและทนทาน หัวครอบนอกรูใหญ่มาก 4 รู และ 6 รู มีทั้งแบบรุ่นอุ่นร้อนด้วยแอลกอฮอล์ และพรีฮีตระบบหัวฟู่ ต่อมาเหลือเพียงรุ่นที่ผลิตตามพิมพ์เขียวต้นแบบ ของตะเกียงเจ้าพายุระดับตำนานอย่าง Petromax 828 และ 826 รุ่นเก่าที่มีท่อส่งน้ำมันขึ้นมาจากกลางหม้อ จนถึงปัจจุบัน บริษัท Lea Hin Group ที่สิงค์โปร์ ยังคงผลิตตะเกียงทั้งสองรุ่นออกมา เพียงแต่ลดต้นทุนการผลิตตะเกียงลง จากเดิมที่เป็นทองเหลือง มาเป็นเหล็กชุบโครเมี่ยมเงาวาวแทน เน้นไปที่การใช้งานจริงๆเป็นหลัก เนื่องจากตะเกียงเหล็กนั้นจะหมดปัญหาเรื่องการสูบลมเกินขนาด ที่จะทำให้ตะเกียงก้นตุง หรือปริแตกตามรอยตะเข็บ

    ตะเกียงตราผีเสื้อ อยู่คู่บ้านเมืองคนไทยและคนเอเซียมานานพอสมควร จนถึงทุกวันนี้เรายังพอจะหาซื้อ ตะเกียงเจ้าพายุตราผีเสื้อของใหม่ (เหล็ก) แกะกล่องได้อยู่ จากย่านถนนแปลงนามด้วยราคาที่ไม่น่าเกิน 1,500 เหลือตังค์ทอน พอซื้ออะไหล่จุกจิกกลับมาบ้านได้อีกต่างหาก ส่วนรุ่นที่เป็นทองเหลือง (กล่องม่วง 350 แรง) นั้นต้องลองๆหาดูครับ น่าจะยังพอหาได้ แต่ราคาจะพุ่งสูงขึ้นไปเท่าไหร่แล้วนั้น ต้องลองถามดูครับ เห็นครั้งสุดท้าย 2 ปีก่อน บอกราคาใกล้ๆสี่พันแล้วครับ

    >> แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมที่นี่ !!… >>