Tingkwon ตะเกียงจีนในตำนาน

Posted on 02-02-2009

Tagged Under : , , , ,

เมื่อประมาณซักสี่ห้าเดือนก่อน ผมได้รับของขวัญเล็กๆน้อยๆมาจากญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ละแวกอำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นตะเกียงเจ้าพายุที่ตะกรันสนิมเขรอะเกาะกรังอยู่จนหนา, เขียวและกระดำกระด่างอย่างไม่น่าหยิบจับ ด้วยเจ้าของเกรงว่ามือจะเลอะ หรือรวมถึงการถูกขีดข่วนซึ่งทำให้เป็นบาดทะยักได้

อายุอานามของตะเกียงดวงนี้จากที่ผมได้สอบถาม ก็นับล่วงเลยมาเกินอายุของผมซึ่งเฉียดๆหลักสี่อยู่แค่รำไร นั่นหมายถึงการผ่านการถูกใช้งานมา เมื่อครั้งที่บ้านเรือนละแวกนั้นยังไม่มีไฟฟ้าใช้ และหลายบ้านยังคงพึ่งพาอาศัยแสงสว่างของตะเกียงประเภทต่างๆ ทั้งตะเกียงลาน, อาละดิน และเจ้าพายุ ตามแต่ฐานะทางเศรษฐกิจของแต่ละบ้านจะเอื้ออำนวย ในวันที่ต้องควักเงินในกระเป๋าจ่ายค่าตะเกียงเจ้าพายุ ในราคาเท่าๆกัน กับราคาทองคำหนัก 1 บาท

  • ยืดเส้นยืดสาย ส่องสว่างอีกครั้ง หลังพักงานมานานหลายสิบปี

บ้านแต่ละบ้าน สว่างไม่เท่ากัน บ้านไหนสว่างด้วยเจ้าพายุ มันหมายถึงการมีฐานะทางการเงินที่ค่อนข้างมั่นคง และยังอาจถูกจัดเป็นประเภทมั่นคงมากน้อย ตามสัญชาติของตะเกียง บางบ้านสว่างหรูหราด้วย อี๊ดด้า (รุ่น 1214/1215 หรือ 214) ตรากวาง อย่างดีจากเยอรมัน บางบ้านสว่างด้วยตะเกียงอเมริกันอย่าง โคลแมน (รุ่น 237) และหลายๆบ้านเลือกที่จะสว่างสบายๆ กับตะเกียงสัญชาติจีนหลายยี่ห้อ ที่มีให้เลือกทั้งแบบที่เป็นเหล็กชุบโครเมี่ยม และแบบทองเหลืองชุบนิเกิ้ล

ตะเกียงดวงที่ผมได้มาเป็นตะเกียงเจ้าพายุยี่ห้อ Tingkwon อ่านว่า “ติงกวอน” เป็นตะเกียงจีนขนาด 350 แรงเทียน ที่หลายบ้านนิยมซื้อหามาใช้ ด้วยราคาที่ไม่แพงจนเกินไปนัก และใช้งานได้ดีไม่แพ้ตะเกียงจากละแวกยุโรปหรืออเมริกา ตะเกียงดวงนี้รับใช้คนในครอบครัวจนถึงวันที่ไฟฟ้า ได้นำพลังงานส่งผ่านมาให้หลอดแก้วกลมๆเล็กๆ เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ส่องแสงสว่างแทน นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พร้อมๆกับการเกษียณอายุอย่างภาคภูมิด้วยการถูกแขวนไว้ใต้ถุนบ้าน หรือสงบนิ่งอยู่ในห้องเก็บของ รอวันผุพังไปตามกาลเวลา

  • หัวนอกตะเกียง เหมือนตะเกียงโคลแมกซ์ มีจานสีแดงด้านบน

Tingkwon ดวงนี้หลังจากการขัดสีฉวีวรรณจนเรียบร้อย พบว่า เนื้อนิเกิ้ลที่เคลือบอยู่บนผิวทองเหลืองอย่างไม่ถูกทำลายไปจากคราบตะกรันทั้งหลายที่เกาะอยู่บนถังน้ำมัน อุปกรณ์ต่างๆยังครบครันและยังไม่เคยถูกซ่อมแซมมาก่อน นอกเหนือไปจากการเปลี่ยนนมหนูและเข็มแยงเท่านั้น และเมื่อทำการล้างท่อส่งน้ำมัน, เปลี่ยนวาล์วลิ้นลม, เปลี่ยนซีลยางฝาปิดน้ำมันและหนังสูบ ก่อนจะประกอบทุกอย่างเข้าที่เดิม ตะเกียงดวงนี้ก็ส่องสว่างได้อีกครั้ง อย่างเต็มประสิทธิภาพทั้ง 350 แรงเทียน โดยไม่มีอาการติดขัดใดๆให้เห็นเลยแม้แต่นิดเดียว

  • การเรียงชิ้นส่วนต่างๆที่น่าสนใจ ฝาปิดน้ำมัน, เกจ์วัดลม และสูบลม อยู่ติดกัน แล้วตามด้วยแป้นบิดเข็ม ทำให้ใช้งานง่ายขึ้น ไม่ต้องอ้อมไปมาเวลาจุด

ถึงแม้ตะเกียงจีนอย่าง Tingkwon ดวงนี้ อาจจะไม่มีราคาค่างวดมากนัก ในตลาดค้าขายตะเกียงเจ้าพายุเก่า ที่ผู้คนนิยมมองหาตะเกียงสกุลยุโรปแถบเยอรมัน, สวีเดน หรือตะเกียงอังกฤษค่าตัวสูงๆ นอกจากนี้นักสะสมหลายๆท่านก็ยังพบเจอตะเกียงจีนสกุลนี้ได้ไม่ยากนักตามแหล่งตะเกียงต่างๆ ด้วยความที่มีใช้งานอยู่มากในบ้านเราสมัยโน้น แต่ Tingkwon ของผมดวงนี้มีความเป็นมาที่น่าภาคภูมิใจ และยังคงให้แสงสว่างเต็มกำลัง ครบทุกแรงเทียนในวันนี้ไม่น้อยกว่าเมื่อวันเวลาที่ผ่านมา

>>แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมได้ที่นี่>>…


เปโตรแม็กซ์..สีแดง 1936

Posted on 31-05-2007

Tagged Under : , , ,

  • วิธีการจุดตะเกียงแบบพรีฮีตหัวฟู่

ผมได้ไปเจอเข้ากับ Catalog สินค้าตรามังกรคู่สัญชาติเยอรมัน ที่นักสะสมตะเกียงทุกท่านคุ้นเคยกันดี “เปโตรแม็กซ์” ต้นแบบพิมพ์เขียวของตะเกียงเจ้าพายุมาตรฐานทั่วโลก หลายร้อยตรา หลายร้อยสำนัก ล้วนใช้แบบโครงสร้างเดียวกันนี้ ในการผลิตสินค้าของตนออกมา

  • เนื้อความใน Catalog บอกว่ามีหัวสองสี คือนิกเกิ้ลกับแดง

ผมเคยได้เจอกับเปโตรแม็กซ์ขนาด 200 แรง โมเดล 827A แบบมีหัวพ่นพรีฮีต อยู่ครั้งหนึ่ง จานบนหัวครอบนอกเป็นสีแดง เหมือนที่เคยเห็นบนตะเกียงลูกครึ่งฮ่องกง-อเมริกันอย่าง โคล-แม็กซ์ (โคลแมน) ตามความเข้าใจเดิม ไม่น่าจะเป็นได้ คงมีการเอาจานแดง มาซ่อมแซมจานนิกเกิ้ลเก่า ที่อาจผุพังไปตามกาลเวลาก็เป็นได้

  • ตะเกียงแบบพรีฮีตถ้วยถ้วยอุ่นแอลกอฮอล์ โมเดล 900/ 821 / 826 และ 523

  • ตะเกียงแบบพรีฮีตถ้วยหัวฟู่พ่นไฟ โมเดล 827/ 828 / 829 และ 830 ถังใหญ่

จนไม่นานนี้ผมได้พบกับ Catalog สินค้าเมื่อปี 1936 เป็นงานพิมพ์แบบสองสี ดำ-แดง ในนั้นบอกรายละเอียดกับเราว่า จริงๆแล้วหัวครอบนอกของตะเกียงเปโตรแม็กซ์น่ะ มีสองสี แยกตามลักษณะของตะเกียง นั่นคือ ตะเกียงแบบพรีฮีตด้วยแอลกอฮอล์ จะเป็นหัวแบบนิกเกิ้ล ส่วนหากเป็นพวกพรีฮีตหัวฟู่นั้น ครอบนอกจะเป็นสีแดงครับ…. เพิ่งมีโอกาสทราบก็เดี๋ยวนี้เองล่ะครับ

>> แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมที่นี่… >>